ประกาศสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ
เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
ของสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ
--------------------------------
สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังนั้น เพื่อเป็นการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและเข้าใจถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้ เรียกว่า "ประกาศสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ"
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ
"บุคคล" หมายความว่า บุคคลธรรมดา
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว" หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ถูกบัญญัติไว้ไว้ในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้แก่ ข้อมูลเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลประกาศกำหนด
"การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เก็บรวบรวม บันทึก สำเนา จัดระเบียบ เก็บรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ใช้ กู้คืน เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอนลบ ทำลาย เป็นต้น
"เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่สำนักงาน เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
"ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
"เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล" หมายความว่า พนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงาน หรือผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๔ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวม
(๑) ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคล ข้อมูลระบุชื่อเรียกของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลจากเอกสารราชการที่ระบุข้อมูลเฉพาะตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ลายมือชื่อเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่หนังสือเดินทาง ข้อมูลทะเบียนบ้าน หมายเลขใบประกอบการหมายเลขใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ (สำหรับแต่ละอาชีพ) หมายเลขประกันสังคม เป็นต้นต้น
(๒) ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพการสมรส สถานภาพการเกณฑ์หาร รูปถ่าย ข้อมูลพฤติกรรม ข้อมูลการเป็นบุคคล ล้มละลาย เป็นต้น
(๓) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลศาสนา ข้อมูลความพิการข้อมูลความเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น
(๔) ข้อมูลสำหรับการติดต่อกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เบอร์โทรศัพท์/โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขโทรสาร อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อผู้ใช้งานในสังคมออนไลน์ แผนที่ตั้งของที่พัก เป็นต้น
(๕) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานและการศึกษา รายละเอียดการจ้างงาน รวมถึงประวัติการทำงานและประวัติการศึกษา เช่น ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ตำแหน่ง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ประวัติการทำงาน ข้อมูลเงินเดือน พัสดุในครอบครองของผู้ปฏิบัติงาน ผลงาน หมายเลขบัญชีธนาคาคาร เป็นต้น
(๖) ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ผู้รับประกันภัย ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์หมายเลขกรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ วงเงินคุ้มครอง เป็นต้น
(๗) ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น สถานภาพทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งกรรมการ ข้อมูลการเป็นผู้มีสัญญาจ้างกับสำนักงาน ข้อมูลการเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่ทำกับสำนักงาน เป็นต้น
(๘) ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการ และรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของสำนักงาน เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลระบุพิกัด ภาพถ่าย วีดีโอ บันทึกเสียงข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ประวัติการสืบค้น หมายเลขอุปกรณ์ (Device ID) ประเภทอุปกรณ์ รายละเอียดการเชื่อมต่อข้อมูล ภาษา ระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน เป็นต้น
(๙) ข้อมูลคุกกี้ (Cookies) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของสำนักงาน หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแต่บริการที่ใช้งานของสำนักงาน
ข้อ ๕ แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ มาจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้
(๑) เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงในช่องทางให้บริการต่าง ๆ หรือขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ กับสำนักงาน เช่น ขั้นตอนการสมัครงาน ขั้นตอนการสมัครเข้าร่ามโครงการลงทะเบียน การรับข้อมูลข่าวสารลงนามในสัญญา เอกสาร หรือช่องทางให้บริการอื่นที่ควบคุมดูแลโดยสำนักงาน หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ติดต่อสื่อสารกับสำนักงาน ณ ที่ทำการหรือผ่านช่องทางติดต่ออื่นที่ควบคุมดูแล โดยสำนักงาน เป็นต้น
(๒) เก็บโดยความสมัครใจของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การทำแบบสอบถาม (Survey) หรือการโต้ตอบทางที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail Address) หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ฯ ระหว่างสำนักงาน และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(๓) เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่น ๆ ตามสัญญาหรือตามพันธกิจ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของสำนักงาน ด้วยการใช้คุกกี้ (Cookies) หรือจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(๔) เก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ มีเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในการเปิดเผยข้อมูลแก่สำนักงาน เช่น การเชื่อมโยงบริการดิจิทัลของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเอง เป็นต้น
(๕) เก็บรวบรวมหรือได้รับจากบุคคลที่สาม โดยหน่วยงานเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลที่สามดังกล่าวมีสิทธิเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและเปิดเผยกับสำนักงาน
ข้อ ๖ วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานมีความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์
ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามภารกิจที่กำหนดไว้ตามกฎระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ในการติดต่อให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกิจการหรือกิจกรรมของสำนักงานภายใต้วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเท่านั้น หรือตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ดังกล่าว สำนักงานจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และบันทึกเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐานรวมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๗ การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(๑) การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
(ก) สำนักงานจะดำเนินการเก็บรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และเท่าที่จำเป็นในการให้บริการและภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนด ไว้ในข้อ ๖
(ข) สำนักงานจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน หรือในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้ง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง โดยจะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้เป็นความลับ
(ค) สำนักงานจะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวนั้นก่อน หรือเป็นกรณีที่สำนักงานจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
(ง) สำนักงานจะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบและได้รับความยินยอมหรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด
(จ) สำนักงานจะรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงเท่านั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ สำนักงานอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นมาผนวกเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้นั้นได้เฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง มีคุณภาพ และเป็นปัจจุบัน
(๒) การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเปิดเผย
(ก) สำนักงานจะใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน ตามที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ที่ได้รับแจ้งไว้เท่านั้น
(ข) สำนักงานจะกำกับดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่นนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานตามภารกิจของสำนักงาน เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนหรือเป็นกรณีที่สำนักงานจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
(ค) สำนักงานอาจให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน โดยเป็นไปตามกฎหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ ๖ แล้ว และดำเนินการตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒
(ง) ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นบุคคลภายนอก สำนักงานจะจัดให้มีข้อตกลงระหว่างสำนักงานกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่สำนักงานกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ สำนักงานจะกำกับให้มีการควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
(จ) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่ากรณีใด ๆ สำนักงานจะจัดให้มีการบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ได้แก่ บุคคลซึ่งได้รับการเปิดเผยหรือมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล วิธีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผย
ข้อ ๘ ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ตามรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้วสำนักงานจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ต่อไป ตามรูปแบบและมาตรฐานการลบทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หรือกฎหมายจะได้ประกาศกำหนดหรือตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิ หรือคดีความอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น สำนักงานขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปจนกว่า ข้อพิพาทนั้นจะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด
ข้อ ๙ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานมีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถเข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่เฉพาะรายหรือบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่หรือได้รับมอบหมายที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองรับรู้จากการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ โดยสำนักงาน
มีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลทั้งในเชิงองค์กรหรือเชิงเทคนิคที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
ข้อ ๑๐ การเก็บรักษาและทำลายข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบเอกสาร ฟิล์ม ภาพหรือเสียง หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางกายภาพและกระบวนการเก็บรวบรวม การเก็บรักษา การใช้งาน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ทำลาย ใช้ แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายทั้งนี้ สำนักงานจะจัดให้มีระบบการตรวจสอบ ระยะเวลาการเก็บรักษาและการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับระยะเวลาและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๑ สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงรับสำเนา
และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่สำนักงานเก็บรวบรวมไว้โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่สำนักงานมีสิทธิปฏิเสธคำขอด้วยเหตุตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลและกรณีที่การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลกระทบต่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
(๒) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของตนไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้แก้ไขให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้
(๓) สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้สำนักงานลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของตน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ต่อไป ทั้งนี้ การใช้สิทธิลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
(๔) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน ทั้งนี้ ในกรณีดังต่อไปนี้
(ก) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่สำนักงานทำการตรวจสอบตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน
(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
(ค) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่สำนักงานได้แจ้งในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ให้สำนักงานเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมาย
(ง) เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่สำนักงานกำลังพิสูจน์ถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน เว้นแต่กรณีที่สำนักงานมีเหตุในการปฏิเสธคำขอโดยชอบด้วยกฎหมาย
(๖) สิทธิในการขอถอนความยินยอมในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมแก่สำนักงานในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่ว่าความยินยอมนั้นจะได้ให้ไว้ก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับ) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรักษาโดยสำนักงาน เว้นแต่จำกัดสิทธิโดยกฎหมายให้สำนักงานจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลต่อไปหรือยังคงมีสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับสำนักงานที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่
(๗) สิทธิในการขอรับส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนจากสำนักงานในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงอาจขอให้สำนักงาน ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ทั้งนี้ การใช้สิทธินี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับสำนักงานในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ยังคงใช้ได้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะเพิกถอนความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเพิกถอนความยินยอมหรือระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมใด ๆ หรือทุกกิจกรรมของสำนักงาน โดยส่งคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งให้สำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ saraban_chaiyaphum@energy.go.th
ข้อ ๑๒ การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำนักงานอาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ตามที่เห็นสมควร และจะทำ
การแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของสำนักงานต่อไป
ข้อ ๑๓ การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิหากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงาน หรือที่เกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
(๑) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
ชื่อ : สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ
สถานที่ติดต่อ : ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ สาย 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
โทรศัพท์ : 0 4481 2388
ช่องทางการติดต่อ : saraban_chaiyaphum@energy.go.th
(๒) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
สถานที่ติดต่อ : ถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ สาย 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
โทรศัพท์ : 0 4481 2388
ช่องทางการติดต่อ : saraban_chaiyaphum@energy.go.th
0.38 MB
ประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส ...
จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาพลังงานของตำบลห้วยยาง (ศึกษาดูงานการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน) ภายใต้โครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบลและเครือข่ายพลังงานชุมชน ประจำปี 2564 จังหวัดชัยภูมิ (กิจกรรม อปท.บริหารจัดการพลังงานที่ดี ) ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกผักปลอดภัยบ้านซับรวงไทร ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรผสมผสานบ้านไทรงาม ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาพลังงานของตำบลห้วยยาง (ศึกษาดูงานการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน) ภายใต้โครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบลและเครือข่ายพลังงานชุมชน ประจำปี 2564 จังหวัดชัยภูมิ (กิจกรรม อปท.บริหารจัดการพลังงานที่ดี ) ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกผักปลอดภัยบ้านซับรวงไทร ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรผสมผสานบ้านไทรงาม ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาพลังงานของตำบลห้วยยาง (ศึกษาดูงานการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน) ภายใต้โครงการเพิ่มสมรรถนะด้านการบริหารและจัดการพลังงานครบวงจรในชุมชนระดับตำบลและเครือข่ายพลังงานชุมชน ประจำปี 2564 จังหวัดชัยภูมิ (กิจกรรม อปท.บริหารจัดการพลังงานที่ดี ) ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกผักปลอดภัยบ้านซับรวงไทร ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรผสมผสานบ้านไทรงาม ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ